 |
วัดกำแพงแลง ตั้งอยู่ในเขตตำบลท่าราบ อำเภอเมือง
จังหวัดเพชรบุรี เป็นศาสนสถานในพุทธศาสนาแบบมหายาน ลักษณะเป็นปราสาทแบบขอม
๕ หลัง ประกอบด้วย ปราสาทประธาน ๑ หลัง และปราสาททิศ ๔ หลัง
ทุกหลังก่อด้วยศิลาแลงมีการฉาบปูนและตกแต่งด้วยลวดลายปูนปั้น
ปราสาทประธานมีผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้ยี่สิบแปด
ลักษณะเป็นปราสาทจตุรมุขฐานบัวลูกฟัก ส่วนยอดซ้อนลดหลั่นกันประดับด้วยกลีบขนุน
ยอดบนสุดชำรุด เรือนธาตุด้านทิศใต้และทิศตะวันตกมีลวดลายปูนปั้นซึ่งได้รับการบูรณะซ่อมแซมในสมัยอยุธยา
|
| ปราสาททิศเหนือและทิศใต้ผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้ยี่สิบฐานปัทม์
ออกมุขด้านหน้าทางทิศตะวันออก อีกสามด้านเป็นประตูหลอกซึ่งในประสาททิศใต้ได้รับการดัดแปลงให้เป็นซุ้มจระนำประดิษฐานประติมากรรมนูนสูงรูปพระพุทธรูปประทับยืน
แสดงปางประทานพร ส่วนยอดซ้อนลดหลั่นกันประดับด้วย กลีบขนุน
๕ ชั้น บนสุดเป็นยอดบัวตูม ปราสาททิศตะวันตกมีผังรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมไม้ยี่สิบแปด
สภาพชำรุดเหลือเพียงฐาน และผนังเรือนธาตุด้านเหนือเท่านั้น
ส่วนปราสาทด้านทิศตะวันออกมีสภาพสมบูรณ์มากที่สุดแผนผังและรูปแบบคล้ายโคปุระ
ลักษณะเป็นอาคารรูปกากบาทมีมุขลด ๒ ชั้น ส่วนยอดซ้อนลดหลั่นกันสามชั้นประดับด้วยกลีบขนุน
บราลี ซุ้มบันแถลง ยอดบนสุดเป็นบัวกลมและลูกแก้ว มีทางเดินเชื่อมระหว่างปราสาทด้านทิศตะวันออกกับปราสาทประธาน
ตัวอาคารสถาปัตยกรรมทั้งหมดมีกำแพงแก้วศิลาแลง ซึ่งมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าล้อมรอบความยาวโดยรอบประมาณ
๓๓๕ เมตร รูปแบบสถาปัตยกรรมของปราสาทวัดกำแพงแลงนี้มีลักษณะเด่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของศิลปกรรมเขมร
แบบบายน (ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๘) เช่น ใช้ศิลาแลงและปูนปั้นเป็นวัสดุในการก่อสร้าง
รูปแบบหน้าต่างหลอกแบบลูกกรงมะหวดที่สลักเพียงครึ่งเดียว
และบราลีที่ตกแต่งบนหลังคา นอกจากนี้การขุดแต่งของกรมศิลปากรในปี
พ.ศ.๒๕๓๐ ยังพบชิ้นส่วนประติมากรรมรูปเคารพ คือ พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวรเปล่งรัศมี
มีลักษณะคล้ายคลึงกับที่พบจากโบราณสถานอื่นๆ ในประเทศไทยอีกจำนวน
๔ องค์ คือ โบราณสถานจอมปราสาท จังหวัดราชบุรี ๑ องค์ ปราสาทเมืองสิงห์
จังหวัดกาญจนบุรี ๑ องค์ และถ้ำคูหาสวรรค์ จังหวัดลพบุรี
๒ องค์ นอกจากนี้ยังได้พบ พระพุทธรูปนาคปรก พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร
และนางปริชญาปารมิตา ซึ่งล้วนแล้วแต่มีอิทธิพลของศิลปะเขมรแบบบายน
|
ดังนั้นจึงสันนิษฐานได้ว่าปราสาทวัดกำแพงแลงน่าจะสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษที่
๑๘ และน่าจะเป็นศาสนสถานประจำเมือง ศรีชยวัชรปุระ ดังปรากฏชื่อในศิลาจารึกปราสาท
พระขรรค์ที่พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ โปรดให้ส่งพระไชยพุทธมหานาถไปประดิษฐานยังศาสนาสถานประจำเมืองพร้อมกับบรรดาเมืองอื่น
ๆ อีก ๒๒ แห่ง และจารึกบนระเบียงคตของปราสาทบายนในประเทศกัมพูชา
กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนวัดกำแพงแลงเป็นโบราณสถานของชาติในราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๕๒ ตอนที่ ๗๕ เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘ และเล่ม ๑๐๑
ตอนที่ ๒๗
ลงวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๒๗ |